19 September
| Story by Blue Bear Traveler |
|
Picture by Blue Bear Traveler & Friends
Bear-Trip-Tokyo-Osaka
เช้าตรู่ (อีกแล้ว) ของวันที่ 1 สิงหาคม นัดหมายกันที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เราจะเดินทางไปญี่ปุ่น โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง ทริปนี้มีคุณจูน Stylish Nonsense เป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย ทุลักทุเลแต่เช้าเพราะสัมภาระที่ขนไปน้ำหนักเกินร่วมสิบกิโล จะหนักก็เป็นเครื่องดนตรี ที่เตรียมไปเล่นกัน แต่เป็นไปไม่ได้ที่พวกเราจะยอมเสียตังค์ก็เลยยอมแบกกันขึ้นเครื่องไป...พร้อมกับรำพึงรำพัน ในวาสนาของตัวเอง “ ทำไมชีวิตเราต้องลำบากหยั่งงี้วะ “
...ถึงฮ่องกงก็ตอนประมาณเกือบๆ บ่าย ท่าอากาศยานฮ่องกงสวยงามทันสมัย ชุดยูนิฟอร์มของพนักงานที่นี่ดูเก๋ไก๋ทีเดียว แวะสูบบุหรี่คนละหนึ่งมวน ในห้องที่เค้าจัดไว้ให้ทุกคนในห้องดูตั้งใจอัดบุหรี่กันจริงๆ จริงจังกันมากๆ หอบสัมภาระขึ้นเครื่องต่อไปปลายทางเป็นท่าอากาศยานนาริตะ แอร์โฮสเตสชาวญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักดี พวกเราเลย รีเควสเบียร์เพื่อความชิว ดื่มไป กินไป หลับไป ดูทีวีไป
...ฟ้าเริ่มมืดแล้วเราก็ถึงจุดหมาย ปลายทางเอาสองทุ่มกว่าๆ เป็นเวลาของญี่ปุ่นซึ่งเร็วกว่าเราสองชั่วโมงทำ เอาคิดว่านั่งเครื่องบินมาเป็นวัน... ผ่านด่านตรวจมีสอบสัมภาษณ์นิดหน่อย พักที่ไหนกับใคร เอากีต้าร์มาเพื่อบิสิเนสใช่ไหม เราก็ โน โน เปิดกระเป๋าเจอซีดีเป็นกอง บอก เอามาฝากเพื่อน พนักงานบอก โอเคๆ ยู ไปได้...จริงแล้วเราไม่ได้นัดหมาย ไว้ล่วงหน้าว่าใครจะเป็นคนมารับมารับโดยพาหนะอะไร...แต่เข็นกองสัมภาระ
ออกมาเจอหนุ่มเสื้อเหลืองวิ่งมารับ มิสเตอร์ จิโร่ เอนโด ซึ่งเป็น ออร์กาไนเซอร์ใหญ่ของงานนี้น่ะเอง เรามุ่งหน้าสู่เมืองโตเกียวโดยรถแวนสีขาว จิโร่ซังบอกว่าถ้ามาเร็วกว่านี้ก็จะได้ดูเทศกาลดอกไม้ไฟ ซึ่งมีสาวๆมากมาย แต่งชุดยูกาตะเดินกันพลุกพล่าน น่าเสียดายจริงๆ ค่ำคืนนี้เป็นอันจบลงด้วยพวกเราได้เดินทางต่อไปที่พักซึ่งเป็นของสองสามีภรรยาซึ่งน่ารักมาก ๆ กินเบียร์ คุย ทักทาย สอนคำลามกกันพอหอมปากหอมคอ แล้วก็.....คร่อกกก
วันที่สองของการเดินทาง ตื่นเสียบ่ายขายหน้าเจ้าภาพจริงๆ เนื่องจากเดินทางมาเหนื่อยและก่อนเดินทางยังมีงานต้องทำอีกบานให้หัวฟู ถือซะว่าเป็นเวเคชั่นละกัน เจ้าบ้านสองสามีภรรยา มิเนะซังและตันตัน (อันนี้เป็นชื่อเล่นนะ) พาเราและจูนไปกินข้าวหน้าหมูทอดที่ขึ้นชื่อย่านชินจูกุ ชื่อร้านไทเซ็น เซ็ทของมันใหญ่เป็นบ้าให้ตายเถอะ แต่แบบว่าแยกแยะไม่ออกหรอกว่ามันอร่อยสุดยอดแค่ไหน ก็มาถึงก็มาร้านนี้เลยก็เลยไม่รู้จะเปรียบเทียบกับข้าวหน้าหมู ที่ไหนดี
...จูนก็ดื่มด่ำกับการกินพร้อมทั้งหาพริก หาซอสมัสตาร์ด ใส่ลงไปเพิ่มรสชาติ สังเกตที่นี่ร้านทุกร้านอนุญาติให้สูบบุหรี่ได้เป็นเมืองที่คนสูบบุหรี่กันจริงจังมากๆ
...และหลังจากเสร็จภารกิจในการกินเจ้าบ้านพาไปเดิน “ คิดดี้ แลนด์ ” ร้านขายของเล่นจุกจิก กิฟท์ชอป มีตั้งหลายชั้น สิ่งที่เราตามหามิใช่อะไรอื่นนอกจาก แบล็คแจ็ค หมอ(เถื่อน)หนุ่มรูปหล่อ ตัวละครจากเรื่องแบล็คแจ็ค ของอาจารย์โอซามุนั่นเอง แต่ที่นี่ก็ไม่มีเพราะคงจะเก่าเกินไปและที่นี่มีแต่ตุ๊กตุ่นรุ่นใหม่ นิวเจเนอเรชั่น ได้ของฝากจุกจิกกลับไปฝากเพื่อนนิดหน่อย หลังจากเสร็จกิจ ไปร้านขายการ์ตูนต่อ ไม่รู้จะซื้ออะไรมันเยอะละลานตาเหลือเกิน แถมมีเวลาให้เถลไถลไม่มาก..
เจ้าบ้านพาไปเดินหาร้านขายซีดีที่เราไปผูกสัมพันธ์ เอาไว้ทางอีเมลล์ เพื่อที่จะ เอาแผ่นไปให้ที่ไหนได้ดันปิดวันอังคารซะนี่ ก็จ๋อยไป...แวะไปร้านขายเครื่องดนต รี ทั้งมือหนึ่งและมือสอง ตื่นตาตื่นใจกันมากใช้เวลาเดินชมอยู่นานพอสมควร เก็บภาพเครื่องดนตรีที่อยากได้ไว้ไปนอนฝันถึง..
เจ้าบ้านพากลับบ้าน นั่งรอทีมงานจะไปกินข้าวเย็นด้วยกัน อันมีจิโร่ซัง, คัทซึคุง และป็อดโตะซัง (คนหลังนี่ก็คือพี่ป็อด โม เดิร์นด็อกนั่นเอง) พากันเดินไปไม่นานก็ถึง ร้านนี้เราได้กินบะหมี่เย็น เทมปุระ ไข่เจียวแบบญี่ปุ่น แล้วก็อะไรอีก..ลืมไปแล้ว จำได้แต่ว่าเบียร์ยี่ห้อ ยิบิสุ อร่อยมาก จนป็อดโตะซัง เอ่ยปากชม ก็กินไปคุยไป ไทยบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง อังกฤษบ้าง ตีกันมั่วไปหมด แต่ผลสรุปคืออ ิ่มมมม กันถ้วนหน้า |
พากันเดินออกมาจากร้านกลับบ้าน
นั่งเล่นชิวๆ ไป พรุ่งนี้เราต้องเดินทางไกลไปโอซาก้าแต่ก็ยังไม่ง่วงเลย ชิวอีกแล้ว...
ชอบที่นี่ ตึกที่นี่สวยดี ใช้พื้นที่ได้อย่างโคตรจะคุ้มค่า อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ อาจเป็นเพราะย่านที่มาอ ยู ่เป็นย่านบ้านคนรวย ใจกลางเมือง ดีไซน์ก็โมเดิร์นเก๋ไก๋ทีเดียว
มาครั้งนี้เป็นครั้งที่สองก็เลยพอจะเข้าใจการใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ มากขึ้น แม้ว่าเราจะอ่านตัวคันจิไม่ออกก็มีสัญลักษณ์ที่อธิบายไว้ค่อนข้างจะโอเค อาทิเช่น ส้วม เป็นต้น นึกถึงเรื่อง Lost in Translation ขึ้นมา....อือม...เข้าใจอารมณ์นั้นจริงๆ












อ่านต่อที่นี่ http://www.pandarecords.com/diary/bear_trip_japan1.htm
7 September
Pieces of a Dream
Romanji lyric = color
English (translation) = color
Detarame na yume wo suki katte baramaite
Omocha ni shite itsu made asonde ita
"Miesuita ashita ga ichiban kudaranai" to
Hashaginagara ki mama ni ikita ano koro
Tossing around senseless dreams
We played around with them as if they were toys
"I can see the future and it's boring"
Those days when we frolicked selfishly
Ah... semete bokutachi ga ichido se wo muketara
Nido to wa modorenai basho nan da to shittetara Ah... If only we had known that once we turned our backs
It was a place to which we could never return
Hanpa na yume no hito kakera ga
Fui ni dareka wo kizu tsukete iku
Okubyou na bokutachi wa
Me wo tojite hanareta
Kimi ni iisobireta koto ga
Poketto no naka ni mada nokotteru
Yubisaki ni furete wa kanjiru
Natsukashii itami ga
A piece of a half-hearted dream
Will unexpectedly hurt someone
We were cowardly
And closed our eyes and moved away
The things I didn't get a chance to say
Are still in my pocket
When they brush my fingertips I can feel
That nostalgic pain
Nanika ni chikazuku tame ni aruita no ka
Toozakaru tame ni tada aruiteku no ka Did we walk in order to get closer to something?
Are we just walking to get away from something? Ah... ano toki no koto mo are kara no koto mo
Machigatte nakatta no ka honto wa mada shiranai
Ah... I still don't know if what I did then
And everything since then wasn't really a mistake
Tsuyogaru wake ja nain dakedo
Tachidomatcha ikenai ki wa shiteru
Omoide no bokutachi wo
Semeru ki wa nai kara
Kimi ga oitetta kotoba dake
Poketto no naka de nigirishimeta
Te no hira ni najinda kanshoku wo
Wasuretaku nai kara
It's not that I'm trying to be strong
But I have the feeling that I shouldn't stand still
I don't want to blame
Us in my memories
The words you left me with
Are clutched inside my pocket
I don't want to forget
The feeling my palm is used to Are kara kimi wa dou ikiteru no?
Kawatta no ka na...
Kimi ga saigo ni tsumeta
Yume no kakeratachi wa ima doushiteru?
Boku wa...
Nido to wa modorenai toki nan da to ki zuita How are you getting along since then?
I wonder if you've changed...
What's become of the pieces
Of the dream you last talked about?
I've realized...
It's a time to which I can never return Hanpa na yume no hito kakera ga
Fui ni dareka wo kizu tsukete iku
Okubyou na bokutachi wa
Me wo tojite hanareta
Kimi ni iisobireta koto ga
Poketto no naka ni mada nokotteru
Yubisaki ni furete wa kanjiru
Natsukashii itami ga
A piece of a half-hearted dream
Will unexpectedly hurt someone
We were cowardly
And closed our eyes and moved away
The things I didn't get a chance to say
Are still in my pocket
When they brush my fingertips I can feel
That nostalgic pain Kimi wa ima nani shiteru?
Tsuki ga bokutachi wo mite iru
What are you doing now?
The moon is watching us